Windows 11 มาพร้อมกับอินเตอร์เฟซที่ปรับปรุงใหม่ รวมถึง Context Menu ที่มีการออกแบบใหม่ด้วย ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้บางคนไม่คุ้นเคยหรือไม่สะดวกกับการใช้งาน หากคุณต้องการกลับไปใช้ Classic Context Menu เหมือนใน Windows 10 คุณสามารถทำได้โดยการแก้ไขรีจิสทรี (Registry) ของระบบ ตามวิธีการด้านล่างนี้:
วิธีการเปิดใช้ Classic Context Menu บน Windows 11
- เปิด Command Prompt หรือ PowerShell ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ (Admin)
- กดปุ่ม
Startและพิมพ์ “cmd” หรือ “PowerShell” - คลิกขวาที่
Command PromptหรือWindows PowerShell - เลือก
Run as administrator
2. ใช้คำสั่งเพื่อเพิ่มค่าในรีจิสทรี
- คัดลอกคำสั่งด้านล่างนี้และวางลงใน Command Prompt หรือ PowerShell ที่เปิดด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ แล้วกด Enter:
shell reg.exe add "HKCU\Software\Classes\CLSID\{86ca1aa0-34aa-4e8b-a509-50c905bae2a2}\InprocServer32" /f /ve
3. รีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์
- เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล คุณจะต้องรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ หลังจากรีสตาร์ทแล้ว คุณจะเห็นว่า Context Menu ของคุณกลับไปเป็น Classic Context Menu เหมือนใน Windows 10
การย้อนกลับไปใช้ Context Menu แบบใหม่
หากคุณต้องการกลับไปใช้ Context Menu แบบใหม่ของ Windows 11 สามารถทำได้โดยการลบค่าที่เพิ่มในรีจิสทรีดังนี้:
- เปิด Command Prompt หรือ PowerShell ด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ (Admin)
- กดปุ่ม
Startและพิมพ์ “cmd” หรือ “PowerShell” - คลิกขวาที่
Command PromptหรือWindows PowerShell - เลือก
Run as administrator
2. ใช้คำสั่งเพื่อลบค่าในรีจิสทรี
- คัดลอกคำสั่งด้านล่างนี้และวางลงใน Command Prompt หรือ PowerShell ที่เปิดด้วยสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ แล้วกด Enter:
shell reg.exe delete "HKCU\Software\Classes\CLSID\{86ca1aa0-34aa-4e8b-a509-50c905bae2a2}" /f
3.รีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์
- หลังจากรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ Context Menu ของคุณจะกลับไปเป็นแบบใหม่ของ Windows 11
สรุป
การเปลี่ยนไปใช้ Classic Context Menu บน Windows 11 สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการเพิ่มค่าในรีจิสทรีผ่านคำสั่งที่ระบุ หากต้องการกลับไปใช้ Context Menu แบบใหม่ ก็สามารถลบค่าในรีจิสทรีที่เพิ่มไปได้เช่นกัน โดยทั้งสองกรณีนี้ต้องการการรีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงมีผล